Career Knowledge

แนวคิดการพัฒนาตนเอง: ความสำคัญของการคิดเชิงวิพากษ์

การคิดเชิงวิพากษ์เป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่นายจ้างตามหาในตัวผู้สมัครงานมากที่สุด ความจริงแล้วหากคุณลองค้นหาโดยใส่คำว่า“การคิดเชิงวิพากษ์” (critical thinking) แล้วล่ะก็ คุณก็จะพบว่ามีประกาศรับสมัครงานเกือบ 50,000 ชิ้นในเว็บไซต์ Indeed.com ที่มีคำนี้ปรากฏอยู่

นายจ้างต่างเขียนทักษะนี้ในฐานะที่เป็นคุณสมบัติอย่างหนึ่งที่จำเป็นต่อการทำงานไว้ในประกาศรับสมัครงานหลายตำแหน่ง ทั้งตำแหน่งงานที่ต้องการและไม่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

การคิดเชิงวิพากษ์เกี่ยวข้องกับงานอะไรบ้าง

การคิดเชิงวิพากษ์เกี่ยวข้องกับงานที่ต้องใช้ความสามารถในการประเมินข้อมูล สถิติ ข้อเท็จจริง ปรากฏการณ์ที่สามารถสังเกตเห็นได้ หรือผลลัพธ์ของงานวิจัย

นักคิดเชิงวิพากษ์ที่ดีต้องสามารถสร้างข้อสรุปที่มีเหตุผลจากชุดข้อมูลที่มีได้ และแยกแยะข้อมูลที่มีประโยชน์กับข้อมูลที่ไร้ประโยชน์สำหรับการแก้ปัญหา หรือการตัดสินใจได้

นักคิดเชิงวิพากษ์ต้องสามารถสังเคราะห์ชุดข้อมูลที่มี และระบุองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดสำหรับการพิจารณาตัดสินใจได้ นอกจากนี้นักคิดเชิงวิพากษ์ต้องสามารถนำเสนอเหตุผลที่มีความสอดคล้องกับข้อมูลเพื่อใช้ในการตัดสินใจยอมรับเรื่องต่าง ๆ และสามารถหักล้างการใช้เหตุผลผิด ๆ ที่เกี่ยวกับข้อเสนอ หรือวาระที่มีการยืนกรานให้อนุมัติได้




ตัวอย่างของการคิดเชิงวิพากษ์ 

  • พยาบาลที่ทำหน้าที่คัดกรองผู้ป่วยต้องใช้ทักษะการคิดเชิงวิพากษ์เพื่อวิเคราะห์เคสของผู้ป่วยที่กำลังรอการรักษา และต้องตัดสินใจว่าผู้ป่วยคนไหนควรเข้ารับการรักษาก่อนหลังตามลำดับที่ควรจะเป็น
  • ช่างประปาต้องใช้ทักษะการคิดเชิงวิพากษ์เพื่อประเมินว่าวัสดุแบบไหนที่เหมาะสมกับแต่ละงานได้ดีที่สุด
  • ทนายความต้องทบทวนหลักฐาน และต้องใช้การคิดเชิงวิพากษ์เพื่อช่วยในการคิดกลยุทธ์ใหม่ ๆ ในการต่อสู้คดีขึ้นมาเพื่อให้ชนะคดี หรือเพื่อตัดสินใจให้ได้ว่าจะทำความตกลงนอกศาลกับคู่กรณีหรือไม่
  • คนหางานต้องใช้การคิดเชิงวิพากษ์เพื่อวิเคราะห์ตำแหน่งงานที่ว่างอยู่ และตัดสินใจว่าจะสมัครงานนั้นหรือไม่ ต่อจากนั้น พวกเขาก็ต้องประเมินให้ได้ด้วยว่าคุณสมบัติไหนของตนเองในฐานะผู้สมัครงานที่ควรจะถูกเน้นย้ำให้เห็นชัดเจนในการสัมภาษณ์งานนั้น


Reference: http://jobsearch.about.com